มือถือ.! ช่องทางใหม่คนไทยใช้เน็ต-โซเชียล-ช๊อปปิ้ง

มองย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว (2010) เป็นปีที่มือถือมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งเพราะการเปิดตัวของAndroid OS ของ Google ทำให้ราคามือถือที่ใช้ Android OS จะมีราคาที่ถูกและคุณภาพที่สูงในระดับที่สามารถใช้มือถือแทนคอมพิวเตอร์พกพาได้เลยทีเดียว และแน่นอนเมื่อโทรศัพท์มีความสามารถสูงขนาดเทียบเท่าคอมพิวเตอร์พกพาได้ พฤติกรรมของคนไทยก็จะเปลี่ยนไป โดยพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมาจากสถิติของ “รายงานดัชนีชี้วัดในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยประจำปี” ได้รายงานว่า อัตราส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือมีอัตราส่วนมากกว่า 50% เลยทีเดียว นั้นหมายความว่าพฤติกรรมของคนไทยเริ่มชินกับการใช้อินเทอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ Social Network เติบโตตามไปด้วยเช่นกัน และสอดคล้องกับสถิติล่าสุดจากทาง Facebook ได้รายงานว่ามีคนใช้ Facebook ผ่านมือถือทะลุ 150 ล้านคนไปแล้ว
เมื่อมองต่อไปข้างหน้า​ (2011) ไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าการเติบโตของมือถือยังจะเติบโตไปอย่างต่อเนื่องพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่สูงมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์ การตัดเงินเวลาซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์ รวมไปถึงการใช้โทรศัทพ์ในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่มากขึ้น

ผู้ประกอบการคนไทยหลายท่านอาจจะยังลังเลว่า “ทุกวันนี้คนไทยยังติดพฤติกรรมที่ไม่ยอมซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์อยู่รึเปล่า” จากตัวเลขผลสำรวจปีล่าสุดที่ผ่านมาทางเนคเทคได้รายงานว่าคนไทยนิยมช๊อปออนไลน์ 57.2% และเว็บ TARAD.com ได้รายงานสถิติปีที่ผ่านมาว่ามียอดการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 1,000% และผู้ซื้อสินค้าจะนิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเป็นอันดับ 1 จากสถิตินั้นหมายความว่า “คนไทยพร้อมแล้วกับการซื้อสินค้าออนไลน์” และเมื่อธุรกิจต่างๆ รู้ว่าผู้บริโภคพร้อมแล้วกับการซื้อสินค้าออนไลน์ ในปีนี้ธุรกิจต่างๆ ก็จะมีกิจกรรมมากมายที่ให้ร่วมสนุกผ่านช่องทางมือถือ หรือ เพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การที่คุณจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มชินกับการซื้อสินค้าผ่านเว็บมาซื้อสินค้าผ่านมือถือเป็นอะไรที่ท้าทายอยู่พอสมควร แต่วันนี้ผมมีเคล็ดลับเบื้องต้นง่ายๆ ที่ทุกคนก็สามารถเรียนรู้และทำตามได้อย่างไม่ยากเลยครับ

1.สร้างความเชื่อมั่น

การซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ว่าจะผ่านเว็บไซต์หรือมือถือสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดคือ “ความเชื่อมั่น” ถ้าผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นในเว็บของเรา การซื้อสินค้าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เช่น เว็บมีลิงค์ที่คลิกแล้วเข้าไม่ได้ (เสีย) บ่อยๆ, รูปภาพขาดๆ หายๆ, รวมไปถึงหน้าตาของเว็บที่เราจะเข้าไปซื้อสินค้านั้นดูแล้วไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย ปัจจัยเหล่านี้หลายคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญแต่จริงๆ แล้วเป็นจริงที่เราไม่ควรจะมองข้ามเพราะก่อนผู้บริโภคจะซื้อสินค้านั้นถ้าเขาไม่ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาเว็บเราแล้วการจะปิดการขายก็จะยากขึ้น ส่วนวิธีการทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นก็มีหลายวิธีเช่นกันไม่ว่าจะเป็น

  • การออกแบบเว็บให้น่าเชื่อถือไม่มีการแสดงข้อความผิดพลาด
  • การออกแบบควรจะออกแบบให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ใช้งานผ่านมือถือ ปุ่มลิงค์ต้องใหญ่และชัดเจน, ไม่ใส่ตัวหนังสือเยอะเกินไป และต้องใช้งานให้ง่ายที่สุด
  • นำผู้บริโภคตัวจริงมาช่วยการันตีว่าเว็บนี้ปลอดภัยน่าเชื่อถือ (Testimonial)
  • ใช้แคมเปญทางการตลาดที่เข้าใจง่ายๆ เพื่อมาช่วยในการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เช่น สินค้าทุกชิ้นที่สั่งซื้อผ่านช่องทางมือถ้าไม่ถึงมือผู้บริโภคหรือเกิดปัญหาระหว่างการสั่งซื้อ ทางเว็บยินดีจ่ายเงินคืนตามจำนวนจริงทันทียอมจ่ายเพิ่มอีก 1 เท่า

2.สร้างความคุ้นเคย

เมื่อผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นแต่ก็ยังไม่พอ! เพราะผู้บริโภคยังไม่มีความ “คุ้นเคย” กับระบบการซื้อสินค้าผ่านมือถือนั้นเอง ทำให้จะเกิดปัญหาที่คาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยเช่น “ซื้อผ่านมือถือทำไม่ในเมื่อซื้อผ่านเว็บก็ได้จะเสียเวลาเรียนรู้ใหม่ทำไม”, “มันดูหน้าเว็บแปลกๆ นะมีแต่ปุ่มเยอะแยะไปหมดแล้วจะซื้อของยังไงละเนี่ย” คำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นเสมอๆ สำหรับสิ่งใหม่ๆ เพราะผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นความสำคัญ (ในตอนแรก) ที่ทำไมเขาต้องเสียเวลาในเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และเขาก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สามารถเปลี่ยนได้ครับ! และวันนี้ผมมีตัวอย่าง กลยุทธ์นึงของ HTCThailand ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำให้ผู้บริโภค “คุ้นเคย” และเห็นประโยชน์ของการใช้มือถือในการทำอะไรสักอย่าง

แคมเปญล่าสุดของ HTCThailand มีชื่อว่า “HTC Mobile Auction” เป็นการให้ User ทั่วไปเข้ามาประมูลสินค้าต่างๆ ของ HTCThailand โดยมี Key Message หลักว่า ประมูลฟรีไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว และที่สำคัญการเข้าร่วมประมูลทุกครั้งจะต้องประมูลผ่าน “ช่องทางมือถือเท่านั้น” ส่วนแต้มที่ใช้ในการประมูลจะได้มาจากการกดปุ่ม Lucky Draw ในหน้า Profile เพื่อเสี่ยงดวงรับแต้ม ในแต่ละวันจะกดรับแต้มได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น แต่ถ้าใครมี ID Facebook ก็มีสิทธิ์พิเศษในการกด Lucky Draw รับแต้มพิเศษได้อีก 1 ครั้ง และทุกครั้งที่ทำการกดรับแต้มก็จะมีการ Share ข้อความการประมูลเข้าไปยัง Facebook Profile อีกด้วย สุดท้ายใครชอบสินค้นไหนก็เข้าไปร่วมประมูลเมื่อหมดเวลาการประมูลใครประมูลได้มากที่สุดก็รับของรางวัลไป

Landing page บน Facebook.com/HTCThailand

กลยุทธ์ของ HTCThailand น่าสนใจเลยทีเดียวเพราะ HTCThailand เข้าใจว่าคนไทยยังไม่ค้นเคยกับการใช้มือถือในการทำอะไรที่มากกว่าเล่นเว็บ และแคมเปญนี้จะเริ่มให้คนที่ร่วมสนุกมีความรู้สึกว่า “เขาใช้แค่มือถือก็สามารถได้ของรางวัลไปฟรีๆ” ถัดมาวิธีการเพิ่มแต้มที่วันนึงกดได้ 3 ครั้ง ทำให้คนที่ร่วมสนุกต้องเข้ามากดทุกวัน จะเป็นการทำให้คนที่ร่วมสนุกมีความรู้สึกว่า “สะดวกดีเนอะไปไหนมาไหนก็สามารถกดเพิ่มแต้มได้ตลอดไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าคอมเท่านั้น” สุดท้ายระบบการประมูล จะทำให้เกิดการแข่งขันของผู้ร่วมสนุกและมีอรรถรสมากขึ้น ที่สำคัญการประมูลจะประมูลได้เฉพาะมือถือเท่านั้น ทำให้แต่ละคนสามารถประมูลที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่บ้านเท่านั้น

มีการ Share ข้อมูลไปยัง Social Network ต่ออีกด้วย

สุดท้ายผมวิเคราะห์ว่าแคมเปญนี้เป็นก้าวแรกของ HTCThailand ที่จะทำให้กลุ่มลูกค้าของเขาคุ้นเคยกับการใช้มือถือในการร่วมสนุกกิจกรรมต่างๆ และในอนาคต HTCThailand น่าจะมีแคมเปญที่เกี่ยวกับมือถือมากขึ้น และสุดท้ายก็จะมาลงเอ่ยที่ระบบการซื้อขายสินค้าของ HTCThailand ผ่านมือถือนั้นเอง และเมื่อถึงตอนนั้นลูกค้าของ HTCThailand ก็พร้อมที่จะ กดซื้อสินค้า โดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s